วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ชีวิตในมหาลัยมีอะไรที่สนุกหลายอย่าง

ดีใจที่ได้มาเรียนที่ ม.ขอนแก่น เพระที่นี่เต็มไปด้วยกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั้งรับน้องกลุ่มสัมพันธ์ รับน้องคณะรับน้องสาขาทุกกิจกรรมล้วนมีความสนุกที่แตกต่างกันออกไป ทุกกิจกรรมทำให้มีความสนิทสนมกันระหว่างเพื่อนเร็วมากขึ้น และสำหรับคนทีชอบการทำกิจกรรมอย่างฉันรู่สึกสนุกกับกิจกรรมที่รุ่นพี่และมหาลัยจัดให้เป็นอย่างมาก แต่ที่สำคัญอีกอย่างคือต้องไม่ทิ้งการเรียนนะครับบบบบบบบ
มาดูรูปกันครับ

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาลัยครับ



ดอกกัลปพฤกษ์ดอกไม้ประจำมหาลัยครับ



ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก

หอประชุมของเรา


ประเพณีเชียร์กลางครับ

และยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่รอคุณอยู่ที่

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM)

การบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM)
เป็นการบริหารองค์การทั้งหมดเพื่อให้มีลักษณะที่ดีในด้านผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า หรือเป็นการควบคุมคุณภาพซึ่งมุ่งที่เงื่อนไขขององค์การจากการใช้ความพยายามปรับปรุงคุณภาพร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายขององค์การและใช้คุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินการทำงาน หรือปรัชญาที่ผู้บริหารเน้นการปรับปรุงคุณภาพในกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลต่อสินค้าและบริการ หรือเป็นกระบวนการซึ่งบริษัทใช้เพื่อให้บรรลุผลด้านคุณภาพโดยมีเป้าหมายที่จะกำจัดสิ่งที่บกพร่องออกไป การจัดการคุณภาพช่วยให้องค์การบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายจากผู้ทำการแทนบริษัทและลูกค้า ทำให้บริษัทเกิดความน่าเชื่อถือในการมีหลักเกณฑ์สำหรับผลิตสินค้า การบริการ และการสั่งซื้อของลูกค้า
หลักสำคัญของการบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM) นั้นต้องการให้มีการผลิตสินค้าและบริการเป็นที่พึงพอใจและสร้างความสุขแก่ลูกค้า นั่นคือ บริษัทต้องมีกิจกรรมการปฏิบัติเป็นขั้นตอนและตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยจะต้องตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ ตลอดจนมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในผลิตภัณฑ์ เหล่านี้ถือว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่จะทำให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าคุณภาพเพื่อสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
การไหลของกิจกรรมซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในการบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM)
1. การปฏิบัติขององค์การ (Organization Practices)ภาวะผู้นำ ( Leadership ) ข้อความบรรยายภารกิจ ( Mission statement ) วิธีดำเนินงานปฏิบัติการที่มีประสิทธิผล ( Effective operating improvement ) การสนับสนุนช่วยเหลือจากพนักงาน ( Staff support ) การฝึกอบรม ( Training ) ผลตอบแทน (Yields) : อะไรคือส่วนสำคัญ และอะไรคือสิ่งที่ได้รับผลสำเร็จ
2. หลักการด้านคุณภาพ (Quality principles)มุ่งลูกค้า ( Customer focus ) ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ( Continuous improvement ) มอบอำนาจให้พนักงาน ( Employee empowerment ) มีการสร้างมาตรฐานเทียบเคียง ( Benchmarking ) ระบบส่งสินค้าทันเวลาพอดี [ Just-in-time (JIT) ] ใช้เครื่องมือการบริหารคุณภาพโดยรวม ( Tools of TQM ) ผลตอบแทน (Yields) : หาวิธีการว่าอะไรสำคัญและจะต้องประสบความสำเร็จ
3. บรรลุความสำเร็จด้านพนักงาน ( Employee fulfillment ) มอบอำนาจ ( Empowerment )
ความผูกพันกับองค์การ ( Organization commitment ) ผลตอบแทน (Yields) : ทัศนคติของพนักงานซึ่งสามารถประสบความสำเร็จ โดยพิจารณาว่าอะไรสำคัญและอะไรคือสิ่งที่ได้รับผลสำเร็จ
4. ความพอใจของลูกค้า ( Customer satisfaction ) เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า ( Meeting customer needs ) ลูกค้ามีการซื้อซ้ำ ( Repeat customer ) ผลตอบแทน (Yields) : องค์การมีประสิทธิผลด้วยข้อได้เปรียบด้านการแข่งขัน
ที่มา : Heizer, Jay and Barry Render
Production and Operations Management

วิวัฒนาการทางการบริหาร

วิวัฒนาการทางการบริหาร

อรุณ รักธรรม
1.ระยะเริ่มต้น เป็นระยะของการปูพื้นฐานและโครงสร้าง บุคคลสำคัญ ในระยะนี้ได้แก่ Woodrow Wilson, Leonard D. White, Frank T. Goodnow, Max weber, Frederick W. Taylor และ Henri Fayol เป็นต้น
2.ระยะกลางหรือระยะพฤติกรรมและภาวะแวดล้อม ผู้มีชื่อเสียงใน ระยะนี้ ได้แก่ Elton Mayo, Chester I. Barnard, Mary P. Follet เป็นต้น
3. ระยะที่สาม หรือ ระยะปัจจุบัน มี Herbert A. Simon, Jame G. March เป็นผู้วางรากฐาน

นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์
1. ยุคการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management Era) ผู้มี บทบาทสำคัญได้แก่ Frederick W. Taylor, Henri Fayol, Luther H. Gulick และ Lyndall Urwick
2. ยุคการบริหารแบบมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relation Era) ผู้มี บทบาทสำคัญได้แก่ Mary P. Follet, Elton Mayo และ Fritz J. Rocthlisberger
3. ยุคทฤษฎีการบริหาร (The Era of Administrative Theory) เป็นยุคที่ ผสมผสานสองยุคแรกเข้าด้วยกัน จึงเป็นยุคบริหารเชิงพฤติกรรมศาสตร์ ผู้มีบทบาทสำคัญได้แก่ Chester I. Barnard และ Herbert A. Simon

นักบริหารและนักวิชาการบางกลุ่ม
1. ยุคก่อนหรือยุคโบราณ เริ่มตั้งแต่การมีสังคมมนุษย์จนถึงยุคก่อน Classical บุคคลสำคัญในยุคนี้ได้แก่  Socrates,  Plato, Aristotle,  Saint-Simen,  Hegel,  Robert Owen และ Charles Bubbage
2. ยุค Classical เริ่มตั้งแต่ช่วงแรกของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลาย คริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคที่นำเครื่องจักร เครื่องมือทุ่นแรงเข้าไปใช้แทนกำลังคน จนกระทั่งได้เกิดแนวคิดในเรื่อง การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 20
3. ยุค Human Relation งานใด ๆ จะบรรลุผลสำเร็จได้จะต้องอาศัยคนเป็นหลัก วิธีการและเทคนิคต่าง ๆ ทางด้านสังคมศาสตร์ พฤติกรรมและกลุ่มคนใน"มนุษยสัมพันธ์" จะนำไปสู่ความพอใจและสะท้อนถึงผลของการปฏิบัติงาน
4. ยุค Behavioral Science เป็นยุคที่มีความพยายามศึกษา และวิเคราะห์วิจัย มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และค้นคว้าทฤษฎีใหม่ ๆ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อการบริหารให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ไปเที่ยวเวียดนาม

28-30 ตุลา ที่ผ่านมาไปเที่ยวเวียดนามมากับประธานชมรมในมหาวิทยาลัยสนุกดี อากาสดี อาหารก็อร่อยหากมีโอกาสลองไปดูนะครับ